**เบาหวานขึ้นตา** หรือภาวะจอประสาทตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดที่จอประสาทตาเสียหาย อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษา
## อาการเบาหวานขึ้นตา
ในระยะแรกมัก **ไม่มีอาการ** จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจตาเป็นประจำ
เมื่อโรคลุกลาม อาจมีอาการดังนี้
* ตามัว มองไม่ชัด
* เห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมาในสายตา
* มองเห็นภาพบิดเบี้ยว
* เห็นภาพซ้อน
* การมองเห็นลดลง โดยเฉพาะเวลากลางคืน
* สูญเสียการมองเห็นบางส่วนหรือทั้งหมดอย่างกะทันหัน (ในรายที่มีเลือดออกในตา)
## ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง
* เป็นเบาหวานมานานกว่า 5-10 ปี
* ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
* มีความดันโลหิตสูง
* มีไขมันในเลือดสูง
* สูบบุหรี่
* โรคไตจากเบาหวาน
* หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวาน
## การรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค
### 1. ควบคุมโรคเบาหวาน
* ควบคุมน้ำตาลในเลือด
* ควบคุมความดันโลหิต
* ควบคุมไขมันในเลือด
* ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
* งดสูบบุหรี่
### 2. ฉีดยาเข้าลูกตา
ใช้ในกรณีมีจุดรับภาพบวม (Macular Edema)
ยาที่ใช้ เช่น
* Aflibercept
* Ranibizumab
* Bevacizumab
### 3. เลเซอร์จอประสาทตา
ช่วยลดการสร้างหลอดเลือดผิดปกติ และลดความเสี่ยงการสูญเสียการมองเห็น
### 4. ผ่าตัดวุ้นตา
ใช้ในรายที่มีเลือดออกในวุ้นตาหรือจอประสาทตาลอก
## อาการที่ควรรีบพบจักษุแพทย์
* ตามัวลงอย่างรวดเร็ว
* เห็นจุดดำเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ
* เห็นแสงแฟลชหรือแสงวาบ
* เหมือนมีม่านดำบังสายตา
* สูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน
## การป้องกันที่ดีที่สุด
* ควบคุมระดับ HbA1c ให้อยู่ในเป้าหมาย (มักต่ำกว่า 7% ตามคำแนะนำของแพทย์)
* ตรวจจอประสาทตาขยายม่านตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
* ควบคุมความดันและไขมันในเลือด
* ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่อายุเกิน 40 ปี หรือเป็นเบาหวานมานานกว่า 5 ปี แม้จะมองเห็นปกติดี ก็ควรตรวจจอประสาทตาเป็นประจำ เพราะระยะแรกของเบาหวานขึ้นตามักไม่แสดงอาการเลยครับ।
-------------------------------------