**News Bracketing** คือการวางคำสั่งรอ (Pending Orders) ไว้ทั้งสองฝั่งก่อนข่าวแรง เพื่อให้ไม่ต้องเดาทิศทางว่าราคาจะขึ้นหรือลง เมื่อข่าวออก ราคาเคลื่อนที่แรงไปทางใดทางหนึ่ง คำสั่งฝั่งนั้นก็จะถูกเปิดอัตโนมัติ
ตัวอย่างสำหรับ **EURUSD**
สมมติว่า
* ก่อนข่าว Non-Farm Payroll (NFP)
* เวลา 19:28 น.
* ราคาปัจจุบัน = **1.10000**
นักเทรดวางคำสั่งดังนี้
| ประเภทคำสั่ง | ราคา |
| ------------ | ----------------- |
| Buy Stop | 1.10100 (+10 pip) |
| Sell Stop | 1.09900 (-10 pip) |
เมื่อถึงเวลา **19:30 น.** ข่าวประกาศ
### กรณีที่ 1 ข่าวดีต่อ EUR
ราคาพุ่งขึ้นทันที
```
1.10000
↑
1.10100 ← Buy Stop ถูกเปิด
1.10300
1.10500
```
* Buy Stop กลายเป็น Buy Position
* Sell Stop มักจะถูกยกเลิกภายหลัง
* ได้กำไรจากการขึ้นของราคา
---
### กรณีที่ 2 ข่าวดีต่อ USD
ราคาดิ่งลงทันที
```
1.10000
↓
1.09900 ← Sell Stop ถูกเปิด
1.09700
1.09500
```
* Sell Stop กลายเป็น Sell Position
* Buy Stop ถูกยกเลิก
* ได้กำไรจากการลงของราคา
---
## ทำไม Prop Firm หลายแห่งไม่ชอบวิธีนี้
สาเหตุคือ
* เป็นการอาศัยความผันผวนทันทีหลังข่าว มากกว่าการวิเคราะห์ตลาด
* มีโอกาสได้ราคาที่มี Slippage ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้เทรด
* หากมีผู้ใช้จำนวนมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงในการบริหารความเสี่ยงของ Prop Firm
จึงมีหลายบริษัท เช่น The5ers, FTMO และบาง Prop Firm อื่น ๆ ที่มีกฎจำกัดหรือห้าม **News Bracketing** แม้ว่าจะยังอนุญาตให้เทรดช่วงข่าวในรูปแบบอื่นได้
## ถ้าคุณเทรดแบบปกติ
ตัวอย่างต่อไปนี้ **โดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็น News Bracketing**
* เปิด Buy ก่อนข่าว 30 นาที แล้วถือผ่านข่าว
* เปิด Sell ก่อนข่าว 1 ชั่วโมง แล้วถือผ่านข่าว
* รอให้ข่าวออก 5–10 นาที แล้วค่อยเปิดออเดอร์ตามแนวโน้ม
* ใช้ EA ที่เข้าออเดอร์ตามสัญญาณ EMA, RSI หรือ Price Action โดยไม่ได้วาง Buy Stop และ Sell Stop ดักไว้ทั้งสองฝั่งก่อนข่าว