News:

Exness ลงทะเบียนระบบใหม่ ใส่รหัสพาร์ทเนอร์ 73208
https://www.exness.com/boarding/sign-up/a/73208?lng=th
1. เลือกประเทศ ไทย
2. อีเมล์จริงของคุณ
3. รหัสผ่าน
* รหัสผ่านต้องมีความยาว 8-15 ตัว
* ใช้ทั้งอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก
* ใช้ทั้งตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ
* ห้ามใช้อักขระพิเศษ (!@#$%^&*., และอื่นๆ)
4. ใส่รหัสพาร์ทเนอร์ 73208
---------------------------------------------------------

Main Menu

Recent posts

#31
"การกำหนดสมาธิ" สามารถมองได้ทั้งในแง่ **วิชา/ศาสตร์** และ **หลักศาสนา** ขึ้นอยู่กับบริบทที่ใช้ครับ

### 1. ในทางศาสนา

การทำสมาธิเป็นส่วนหนึ่งของหลักปฏิบัติในหลายศาสนา เช่น

* พระพุทธศาสนา
  ใช้สมาธิเพื่อฝึกจิตให้สงบ มีสติ และพัฒนาปัญญา
  เช่น "สมถะ" และ "วิปัสสนา"

* ศาสนาฮินดู
  มีการนั่งสมาธิและโยคะเพื่อฝึกจิตและเข้าถึงความสงบภายใน

* ศาสนาคริสต์
  มีการภาวนา การสวด และการเพ่งจิตกับพระเจ้า

* ศาสนาอิสลาม
  มีการซิกิรฺ (ระลึกถึงพระเจ้า) และการตั้งจิตขณะละหมาด

ดังนั้น ในมุมนี้ "สมาธิ" คือส่วนหนึ่งของการฝึกจิตทางศาสนาและจิตวิญญาณ

---

### 2. ในทางวิชา / วิทยาศาสตร์

ปัจจุบันสมาธิถูกศึกษาเป็นศาสตร์ด้วย เช่น

* จิตวิทยา
* ประสาทวิทยา (สมอง)
* การแพทย์
* การพัฒนาสมรรถภาพมนุษย์

มีงานวิจัยพบว่า การฝึกสมาธิช่วยเรื่อง:

* ลดความเครียด
* เพิ่มสมาธิในการเรียนและทำงาน
* ควบคุมอารมณ์
* ช่วยการนอนหลับ
* ลดความวิตกกังวลบางส่วน

จึงมีการสอนสมาธิใน:

* โรงเรียน
* โรงพยาบาล
* บริษัทเอกชน
* กีฬา
* กองทัพบางประเทศ

ในมุมนี้ "สมาธิ" จึงเป็น "ทักษะการฝึกสมองและจิตใจ"

---

### สรุปสั้น ๆ

* ถ้ามองด้านจิตวิญญาณ → เป็น "หลักปฏิบัติทางศาสนา"
* ถ้ามองด้านการพัฒนามนุษย์ → เป็น "ศาสตร์หรือวิชาฝึกจิต"
* ทั้งสองด้านสามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากกันครับ
-----------------------------------------------------

การกำหนดสมาธิ คือ การฝึกให้จิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ใจสงบ มีสติ และลดความฟุ้งซ่าน

พูดง่าย ๆ คือ
"ฝึกให้ใจอยู่กับปัจจุบัน" แทนการคิดวนเรื่องอดีตหรืออนาคตตลอดเวลา

---

## สิ่งที่ใช้กำหนดสมาธิได้

ผู้ฝึกสามารถเลือก "จุดสนใจ" ได้หลายแบบ เช่น

* ลมหายใจ
* คำภาวนา เช่น "พุท-โธ"
* เสียง
* การเดิน
* เปลวเทียน
* การเคลื่อนไหวของร่างกาย
* การนับเลข
* ความรู้สึกในปัจจุบัน

---

# วิธีฝึกสมาธิพื้นฐาน (เริ่มง่ายที่สุด)

## วิธีที่ 1 : กำหนดลมหายใจ

นิยมมากที่สุด

### ขั้นตอน

1. นั่งสบาย ๆ หลังตรง
2. หลับตาหรือมองต่ำ
3. หายใจตามธรรมชาติ ไม่ต้องฝืน
4. รู้ว่ากำลัง "หายใจเข้า"
5. รู้ว่ากำลัง "หายใจออก"

เช่น

* เข้า → รู้ว่าเข้า
* ออก → รู้ว่าออก

ถ้าคิดฟุ้งซ่าน ไม่ต้องหงุดหงิด
แค่ "รู้ตัว" แล้วกลับมาที่ลมหายใจใหม่

เริ่มวันละ 5–10 นาทีก็ได้

---

# วิธีที่ 2 : พุทโธ

ใช้คำภาวนาช่วยให้ใจนิ่ง

* หายใจเข้า → "พุท"
* หายใจออก → "โธ"

ทำช้า ๆ ในใจ

---

# วิธีที่ 3 : เดินจงกรม

เหมาะกับคนที่นั่งนานไม่ได้

เดินช้า ๆ แล้วรู้ตัวว่า

* ยกเท้า
* ก้าว
* เหยียบ

ช่วยฝึกสติได้ดี

---

# สิ่งที่มักเกิดขึ้นตอนเริ่มฝึก

หลายคนคิดว่า "ต้องนิ่งทันที" แต่จริง ๆ แล้วช่วงแรกมักจะ:

* คิดเยอะ
* ง่วง
* เบื่อ
* ฟุ้งซ่าน
* ปวดเมื่อย

ถือเป็นเรื่องปกติของการฝึกจิต

---

# ประโยชน์ของสมาธิ

* ใจสงบขึ้น
* ลดความเครียด
* มีสติมากขึ้น
* ควบคุมอารมณ์ดีขึ้น
* ช่วยเรื่องการเรียนและการทำงาน
* หลับง่ายขึ้นในบางคน

---

# หลักสำคัญที่สุด

สมาธิไม่ใช่การ "บังคับไม่ให้คิด"
แต่คือ "รู้ตัวเมื่อใจเผลอ แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบัน"

เริ่มทีละน้อย แต่ทำสม่ำเสมอ จะเห็นผลชัดกว่าฝึกหนักครั้งเดียวครับ
---------------------------------------------
#32
สามารถดูสถิติและข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ได้จากหลายเว็บ ขึ้นอยู่กับว่าเป็น "เว็บของเราเอง" หรือ "เว็บของคนอื่น"

## 1. ดูสถิติ "เว็บของตัวเอง"

เครื่องมือยอดนิยมคือ

### • [Google Analytics](https://analytics.google.com/?utm_source=chatgpt.com)

ใช้ดู:

* จำนวนผู้เข้าชม
* คนเข้ามาจากประเทศใด
* ใช้อุปกรณ์อะไร
* อยู่หน้าไหนนานที่สุด
* คนเข้ามาจาก Facebook / Google / TikTok หรือไม่

นิยมมากที่สุด ฟรี และละเอียดมาก

---

### • [Google Search Console](https://search.google.com/search-console/?utm_source=chatgpt.com)

ใช้ดู:

* คนค้นหาอะไรใน Google แล้วเจอเว็บเรา
* คำค้น (Keyword)
* จำนวนคลิกจาก Google
* หน้าเว็บที่ติดอันดับ

เหมาะกับงาน SEO

---

### • [Matomo](https://matomo.org/?utm_source=chatgpt.com)

คล้าย Google Analytics แต่เน้นความเป็นส่วนตัว และติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ตัวเองได้

---

### • [Cloudflare Web Analytics](https://www.cloudflare.com/web-analytics/?utm_source=chatgpt.com)

ติดตั้งง่าย ดูจำนวนผู้เข้าชมแบบรวดเร็ว

---

## 2. ดูสถิติ "เว็บของคนอื่น"

ข้อมูลจะเป็น "ประมาณการ" ไม่ใช่ข้อมูลจริง 100%

### • [Similarweb](https://www.similarweb.com/?utm_source=chatgpt.com)

ดูได้:

* จำนวนผู้เข้าชมโดยประมาณ
* ประเทศผู้ใช้
* แหล่งทราฟฟิก
* เว็บคู่แข่ง

นิยมมากในการวิเคราะห์คู่แข่ง

---

### • [SEMrush](https://www.semrush.com/?utm_source=chatgpt.com)

เด่นด้าน SEO และการตลาดออนไลน์

* วิเคราะห์ Keyword
* วิเคราะห์คู่แข่ง
* ตรวจอันดับ Google

---

### • [Ahrefs](https://ahrefs.com/?utm_source=chatgpt.com)

เด่นเรื่อง:

* Backlink
* SEO
* Traffic จาก Google

---

## 3. ถ้าต้องการดู "คนออนไลน์ตอนนี้"

ใช้:

* Google Analytics Realtime
* Cloudflare Analytics
* หรือปลั๊กอิน WordPress เช่น
  [MonsterInsights](https://www.monsterinsights.com/?utm_source=chatgpt.com)

---

## สรุปแบบง่าย

| ต้องการ           | เว็บที่เหมาะ          |
| ----------------- | --------------------- |
| ดูเว็บตัวเอง ฟรี  | Google Analytics      |
| ดู SEO            | Google Search Console |
| ดูเว็บคู่แข่ง     | Similarweb            |
| วิเคราะห์ SEO ลึก | Ahrefs / SEMrush      |
| ดูแบบง่ายเร็ว     | Cloudflare Analytics  |

ถ้าต้องการ ผมสามารถช่วย:

* สอนติดตั้ง Google Analytics ทีละขั้นตอน
* สอนดูคนเข้าเว็บแบบ Real-time
* วิเคราะห์เว็บคู่แข่ง
* แนะนำเครื่องมือสำหรับ WordPress / Blogger / React / PWA ได้ด้วย
--------------------------------------------------

# วิธีติดตั้ง [Google Analytics](https://analytics.google.com/?utm_source=chatgpt.com) (GA4) ทีละขั้นตอน

Google Analytics ใช้สำหรับดูสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่น จำนวนคนเข้าเว็บ หน้าไหนนิยม คนมาจาก Google/Facebook หรือมือถือ เป็นต้น

---

# ขั้นตอนที่ 1 สมัครและเข้าสู่ระบบ

เข้าเว็บ:

[Google Analytics](https://analytics.google.com/?utm_source=chatgpt.com)

แล้ว:

1. ล็อกอินด้วย Gmail
2. กด **Start measuring**

---

# ขั้นตอนที่ 2 สร้าง Account

กรอก:

* Account name
  เช่น `My Website`

ติ๊กถูกตามค่าเริ่มต้น แล้วกด
**Next**

---

# ขั้นตอนที่ 3 สร้าง Property

Property คือชื่อเว็บไซต์

ตัวอย่าง:

* `mynewswebsite`
* `บริษัท ABC`

เลือก:

* Time Zone = Thailand
* Currency = Thai Baht (THB)

กด **Next**

---

# ขั้นตอนที่ 4 เลือกประเภทธุรกิจ

เลือก:

* Industry category
* Business size

แล้วกด **Next**

---

# ขั้นตอนที่ 5 เลือกเป้าหมาย

ติ๊ก:

* Examine user behavior
* Measure customer engagement

กด **Create**

จากนั้นกดยอมรับเงื่อนไข

---

# ขั้นตอนที่ 6 เพิ่มเว็บไซต์

เลือก:

* Platform = **Web**

ใส่:

* Website URL
  เช่น `https://example.com`
* Stream name
  เช่น `Main Website`

กด
**Create stream**

---

# ขั้นตอนที่ 7 คัดลอก Tracking Code

จะเห็น:

* Measurement ID
  เช่น `G-XXXXXXXXXX`

และมีโค้ด JavaScript

ตัวอย่าง:

```html
<!-- Google tag (gtag.js) -->
<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=G-XXXXXXXXXX"></script>
<script>
  window.dataLayer = window.dataLayer || [];
  function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
  gtag('js', new Date());

  gtag('config', 'G-XXXXXXXXXX');
</script>
```

---

# ขั้นตอนที่ 8 นำโค้ดไปติดในเว็บไซต์

## กรณีเว็บ HTML ธรรมดา

วางโค้ดก่อนปิดแท็ก `</head>`

ตัวอย่าง:

```html
<head>
   ...
   Google Analytics Code
</head>
```

---

# ขั้นตอนที่ 9 ตรวจสอบว่าติดตั้งสำเร็จหรือไม่

เปิดเว็บไซต์ของตัวเอง แล้วกลับไปหน้า Analytics

ไปที่:

* Reports
* Realtime

ถ้าสำเร็จ จะเห็น:

* คนออนไลน์
* จำนวนผู้เข้าชมตอนนี้

---

# วิธีติดตั้งใน WordPress (ง่ายมาก)

ถ้าใช้ WordPress มี 2 วิธี

## วิธีที่ 1 ใช้ Plugin

นิยม:

* [Site Kit by Google](https://sitekit.withgoogle.com/?utm_source=chatgpt.com)
* [MonsterInsights](https://www.monsterinsights.com/?utm_source=chatgpt.com)

เพียง:

1. ติดตั้ง Plugin
2. Login Google
3. เชื่อมต่อ Analytics

เสร็จอัตโนมัติ

---

## วิธีที่ 2 วางโค้ดเอง

ไปที่:

* Appearance
* Theme File Editor
* header.php

วางก่อน `</head>`

---

# วิธีตรวจสอบเพิ่มเติม

ใช้ Extension Chrome:

[Google Tag Assistant](https://chromewebstore.google.com/detail/tag-assistant-by-google/kejbdjndbnbjgmefkgdddjlbokphdefk?utm_source=chatgpt.com)

ช่วยเช็กว่า Analytics ทำงานหรือไม่

---

# ข้อมูลที่ดูได้หลังติดตั้ง

หลังใช้งาน 1-2 วัน จะเริ่มเห็น:

* จำนวนผู้เข้าชม
* คนมาจาก Google/Facebook
* หน้าเว็บยอดนิยม
* ประเทศผู้ใช้งาน
* มือถือหรือคอมพิวเตอร์
* เวลาที่คนอยู่ในเว็บ

---

# ถ้าต้องการขั้นต่อไป

ผมสามารถสอนเพิ่มได้ เช่น:

* ติดตั้ง Google Analytics ใน WordPress
* ติดตั้งใน React / Next.js / PWA
* เชื่อมกับ Google Search Console
* ดูสถิติแบบละเอียด
* ตั้งค่า Conversion
* ติดตามปุ่มคลิก / การสมัครสมาชิก
* วิเคราะห์ SEO จาก Analytics
---------------------------------------------------
#33
โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1973 เมื่อ Martin Cooper วิศวกรของ Motorola ทดลองโทรออกด้วยมือถือแบบพกพาเป็นครั้งแรกของโลก โดยใช้ต้นแบบชื่อ "DynaTAC" ([Digital Trends][1])

มือถือที่วางขายจริงแก่ประชาชนทั่วไปเครื่องแรก คือ
Motorola DynaTAC 8000X เปิดตัวในปี 1983 ซึ่งมีขนาดใหญ่ หนักเกือบ 1 กิโลกรัม และแบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น

ส่วน "มือถือที่มีกล้องถ่ายรูป" เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 1990 โดยมีข้อมูลสำคัญดังนี้

### มือถือเครื่องแรกที่มีกล้องในตัว

* Kyocera Visual Phone VP-210 เปิดตัวในปี 1999 ที่ญี่ปุ่น
* สามารถถ่ายภาพได้ และส่งภาพผ่านเครือข่ายมือถือได้ด้วย
* กล้องความละเอียดประมาณ 110,000 พิกเซล ([Encyclopedia Britannica][2])

### มือถือกล้องรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมวงกว้าง

* Sharp J-SH04 เปิดตัวปี 2000 ในญี่ปุ่น
* ถือเป็นมือถือกล้องรุ่นแรกที่ "ถ่ายแล้วส่งรูปได้ทันที" ผ่านมือถือ
* เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของยุคแชร์รูปจากมือถือ ([Digital Trends][1])

### สรุปแบบสั้น

| เหตุการณ์                   | ปี |
| --------------------------- | -- |
| ทดลองมือถือเครื่องแรกของโลก |    |

| 1973 |
| มือถือวางขายจริงรุ่นแรก | 1983 |
| มือถือมีกล้องรุ่นแรก | 1999 |
| มือถือกล้องเริ่มนิยมจริง | 2000 |

ตัวอย่างหน้าตาของมือถือยุคแรกและมือถือกล้องรุ่นแรก:

[1]: https://www.digitaltrends.com/phones/camera-phone-history/?utm_source=chatgpt.com "A complete history of the camera phone - Digital Trends"
[2]: https://www.britannica.com/topic/12-Key-Dates-in-the-History-of-Photography?utm_source=chatgpt.com "12 Key Dates in the History of Photography | Timeline, History, & Facts | Britannica"

--------------------------------------------------------------------

ช่วงปี 2000 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ "มือถือมีกล้อง" เริ่มได้รับความนิยมจริง โดยรุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ
Sharp J-SH04

จุดเด่นของรุ่นนี้ในยุคนั้นคือ

* มีกล้องถ่ายรูปในตัว
* ส่งรูปผ่านเครือข่ายมือถือได้
* ใช้งานง่ายกว่าการพกกล้องแยก
* เป็นต้นแบบของการ "ถ่ายแล้วแชร์" แบบที่ปัจจุบันใช้กันบนโซเชียล

หลังจากนั้น มือถือกล้องเริ่มพัฒนาเร็วมาก เช่น

* ปี 2002–2004 เริ่มมีกล้อง VGA และถ่ายวิดีโอได้
* ปี 2007 การเปิดตัว Apple iPhone ทำให้มือถือกล้องเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟนเต็มตัว
* ต่อมามีการเพิ่ม Autofocus, Flash, กล้องหน้า และ AI Camera

รุ่นดังในยุคบุกเบิกมือถือกล้อง เช่น

* Nokia 7650
* Sony Ericsson K750i
* Nokia N95
-------------------------------------------------
#34
ไทยช่วยไทยพลัส ลงทะเบียนวันใด

โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนวันที่ **25 พฤษภาคม 2569** ผ่านแอป [เป๋าตัง](https://www.paotang.com?utm_source=chatgpt.com) และบางแหล่งระบุเปิดถึงวันที่ **29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06:00–22:00 น.** หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม 30 ล้านสิทธิ ([Spring News][1])

รายละเอียดสำคัญ:

* เริ่มใช้สิทธิได้: **1 มิถุนายน 2569**
* สิ้นสุดโครงการ: **30 กันยายน 2569**
* รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40%
* วงเงินช่วยเหลือรวมสูงสุด 4,000 บาท ([kapook.com][2])

ถ้าต้องการ ผมสามารถสรุปให้ต่อได้ว่า:

* วิธีลงทะเบียนทีละขั้นตอน
* ใครมีสิทธิ / ไม่มีสิทธิ
* ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนวันลงทะเบียน
* คนเคยใช้คนละครึ่งต้องลงใหม่ไหม
* ร้านค้าเข้าร่วมอย่างไร

[1]: https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/863473?utm_source=chatgpt.com "เปิดลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทยพลัส' 25 พ.ค. จ่าย 1,000 บาท/คน นาน 4 เดือน"
[2]: https://money.kapook.com/view301196.html?utm_source=chatgpt.com "รวมคำถามลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ต้องทำยังไง เตรียมให้พร้อมจะได้กดทัน !"

---------------------------------------------------------------

## วิธีลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" ทีละขั้นตอน

### สิ่งที่ต้องเตรียมก่อน

1. บัตรประชาชน
2. โทรศัพท์มือถือ
3. แอป เป๋าตัง เวอร์ชันล่าสุด
4. อินเทอร์เน็ต
5. เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานได้

---

## ขั้นตอนลงทะเบียนประชาชน

### 1. ติดตั้งหรืออัปเดตแอป

ดาวน์โหลด/อัปเดตแอป เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

* Android ผ่าน [Google Play Store](https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ktb.next&utm_source=chatgpt.com)
* iPhone ผ่าน [Apple App Store](https://apps.apple.com/th/app/paotang/id1481337918?utm_source=chatgpt.com)

---

### 2. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบ

* ใส่เบอร์โทรศัพท์
* กรอกรหัส OTP
* ตั้ง PIN หากยังไม่เคยใช้งาน

---

### 3. เลือกเมนู "ไทยช่วยไทยพลัส"

เมื่อโครงการเปิด จะมีแบนเนอร์ขึ้นหน้าแรกของแอป

กด:

> ไทยช่วยไทยพลัส → ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

---

### 4. อ่านเงื่อนไขและกดยอมรับ

ระบบจะแสดง:

* คุณสมบัติผู้มีสิทธิ
* เงื่อนไขการใช้เงิน
* ข้อกำหนดโครงการ

จากนั้นกด "ยอมรับ"

---

### 5. ยืนยันตัวตน

บางคนอาจต้อง:

* สแกนใบหน้า
* ยืนยันบัตรประชาชน
* ผูกบัญชีธนาคาร

หากเคยใช้โครงการรัฐผ่านแอปมาก่อน อาจไม่ต้องทำใหม่

---

### 6. รอผลอนุมัติ

ระบบจะแจ้งว่า:

* "ลงทะเบียนสำเร็จ"
* หรือ "อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ"

---

### 7. เริ่มใช้สิทธิ

เมื่อได้รับสิทธิแล้ว:

* ใช้จ่ายผ่าน QR Code
* ร้านค้าที่ร่วมโครงการ
* รัฐช่วยจ่ายตามสัดส่วนที่กำหนด

---

## วิธีใช้สิทธิหลังได้สิทธิ

1. เปิดแอป เป๋าตัง
2. เข้าเมนูโครงการ
3. กด "สแกนจ่าย"
4. สแกน QR ร้านค้า
5. ระบบจะแสดง:

   * ส่วนที่รัฐช่วย
   * ส่วนที่เราจ่ายเอง
6. กดยืนยันการจ่ายเงิน

---

## ปัญหาที่พบบ่อย

* OTP ไม่เข้า → ปิด Wi-Fi แล้วใช้มือถือ
* แอปค้าง → อัปเดตเวอร์ชันล่าสุด
* สิทธิเต็มเร็ว → ควรลงทะเบียนช่วงเช้า
* ยืนยันตัวตนไม่ผ่าน → ตรวจแสงและอินเทอร์เน็ต

---

## ผู้ที่อาจไม่มีสิทธิ

เช่น

* อายุไม่ถึงเกณฑ์
* ไม่มีสัญชาติไทย
* ข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง
* เคยผิดเงื่อนไขโครงการรัฐบางประเภท

หากต้องการ ผมสามารถสรุปต่อให้ได้ว่า:

* เทคนิคลงทะเบียนให้ทัน
* วิธีแก้ "ยืนยันตัวตนไม่ผ่าน"
* ร้านอะไรใช้ได้บ้าง
* เปรียบเทียบ ไทยช่วยไทยพลัส vs คนละครึ่ง รุ่นเก่า
* วิธีสมัครสำหรับร้านค้า
---------------------------------------------------
#35
RSS ย่อมาจาก **Really Simple Syndication** เป็นรูปแบบการส่งข้อมูลข่าวสารอัตโนมัติจากเว็บไซต์ไปยังผู้ติดตาม โดยผู้ใช้ไม่ต้องเข้าเว็บนั้นทุกวัน ระบบจะส่ง "หัวข้อข่าว / บทความใหม่ / อัปเดตล่าสุด" มาให้อ่านผ่านโปรแกรมหรือแอปอ่าน RSS

## หลักการทำงานของ RSS

เว็บไซต์จะสร้างไฟล์ RSS ขึ้นมา ซึ่งมักเป็นไฟล์ XML เช่น

```xml
<rss version="2.0">
  <channel>
    <title>ข่าวเทคโนโลยี</title>

    <item>
      <title>เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่</title>
      <link>https://example.com/news1</link>
      <description>รายละเอียดข่าว...</description>
    </item>

  </channel>
</rss>
```

เมื่อมีบทความใหม่:

1. เว็บไซต์อัปเดตไฟล์ RSS
2. โปรแกรมอ่าน RSS จะตรวจสอบอัตโนมัติ
3. ผู้ใช้เห็นข่าวใหม่ทันที

---

# RSS ใช้ทำอะไรได้บ้าง

## 1. ติดตามข่าวหลายเว็บในที่เดียว

เช่น ข่าวกีฬา หุ้น Forex เทคโนโลยี

ไม่ต้องเปิดทีละเว็บ

ตัวอย่างเว็บที่มี RSS:

* BBC
* Reuters
* TradingView
* YouTube

---

## 2. ใช้กับระบบเทรด Forex / EA

ผู้ใช้สาย Forex นิยมใช้ RSS เพื่อ:

* รับข่าวเศรษฐกิจ
* ข่าวดอกเบี้ย
* ข่าว Non-Farm Payroll
* ข่าวสงคราม / ราคาน้ำมัน

EA หรือ Bot สามารถอ่าน RSS แล้ว:

* หยุดเทรดช่วงข่าวแรง
* แจ้งเตือน
* วิเคราะห์ Sentiment

ตัวอย่าง:

```text
Fed announces rate hike
```

EA อ่านแล้วอาจลด Lot หรือปิดระบบชั่วคราว

---

## 3. ใช้แจ้งเตือนเว็บไซต์

เช่น:

* เว็บลงบทความใหม่
* เว็บประกาศงานใหม่
* โปรโมชั่น
* ราคาสินค้าเปลี่ยน

---

## 4. ใช้ในระบบอัตโนมัติ (Automation)

เชื่อมกับ:

* IFTTT
* Zapier
* Bot Telegram
* Discord Bot

เช่น:

> ถ้า RSS มีข่าวใหม่ → ส่งเข้า Telegram ทันที

---

# RSS Reader คืออะไร

คือโปรแกรมอ่าน RSS

ตัวอย่าง:

* Feedly
* Inoreader
* Microsoft Outlook

---

# วิธีใช้งาน RSS แบบง่าย

## วิธีที่ 1: ใช้ Feedly

### ขั้นตอน

1. สมัครบัญชี
2. เพิ่ม URL RSS

เช่น:

```text
https://example.com/rss
```

3. ระบบจะดึงข่าวอัตโนมัติ

---

## วิธีที่ 2: หา RSS ของเว็บไซต์

มักมีสัญลักษณ์:

หรือ URL แบบ:

```text
/rss
/feed
/rss.xml
/feed.xml
```

ตัวอย่าง:

```text
https://news.google.com/rss
```

---

# ข้อดีของ RSS

* ไม่ต้องเปิดหลายเว็บ
* ไม่มีโฆษณารบกวนมาก
* เร็ว
* ประหยัดเวลา
* เหมาะกับระบบอัตโนมัติ
* ใช้กับ AI / Bot ได้

---

# ข้อเสียของ RSS

* บางเว็บปิด RSS
* บางเว็บส่งแค่หัวข้อ
* รูปแบบไม่เหมือนกันทุกเว็บ
* ต้องใช้ Reader ช่วยอ่าน

---

# RSS ต่างจาก Social Media อย่างไร

| RSS            | Social Media        |
| -------------- | ------------------- |
| เลือกข่าวเอง   | Algorithm เลือกให้  |
| ไม่มีโฆษณาเยอะ | มีโฆษณา             |
| เรียงตามเวลา   | เรียงตาม Engagement |
| เร็วและเบา     | ใช้ข้อมูลมาก        |

---

# RSS กับ Podcast

Podcast จำนวนมากใช้ RSS เช่นกัน

แอป Podcast จะอ่าน RSS เพื่อ:

* โหลดตอนใหม่
* แสดงรายละเอียด
* แจ้งเตือนอัตโนมัติ

---

# ตัวอย่างการใช้ RSS กับโปรแกรม

## Python

```python
import feedparser

feed = feedparser.parse("https://news.google.com/rss")

for item in feed.entries:
    print(item.title)
```

## MQL4 / EA Forex

EA สามารถ:

1. โหลด RSS จากเว็บข่าว
2. แยกข้อความข่าว
3. หยุดเทรดช่วงข่าวแรง

---

# ปัจจุบัน RSS ยังสำคัญไหม

ยังสำคัญมากใน:

* ข่าวสาร
* นักลงทุน
* นักพัฒนาโปรแกรม
* Automation
* AI Agent
* Podcast

แม้ Social Media จะดัง แต่ RSS ยังเป็นระบบ "ข้อมูลดิบตรงจากแหล่งข่าว" ที่รวดเร็วและไม่ถูก Algorithm ควบคุมมากนัก
-------------------------------------------------------
#36
การเข้ามหาวิทยาลัยด้วย "โควตานักกีฬา" หรือ "รับตรงนักกีฬา" เป็นช่องทางสำหรับผู้ที่มีความสามารถด้านกีฬา โดยแต่ละมหาวิทยาลัยและแต่ละชนิดกีฬาจะกำหนดเงื่อนไขต่างกัน แต่โดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติหลักดังนี้

## คุณสมบัติพื้นฐานทั่วไป

1. **กำลังศึกษา หรือจบ ม.6 / ปวช.**

   * ต้องมีวุฒิการศึกษาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

2. **มีผลงานด้านกีฬา**

   * เช่น เคยแข่งขันระดับ:

     * โรงเรียน
     * จังหวัด
     * เขต
     * ประเทศ
     * นานาชาติ
   * ยิ่งระดับสูง โอกาสยิ่งมาก

3. **มีเอกสารรับรองนักกีฬา**

   * หนังสือรับรองจาก:

     * โรงเรียน
     * สมาคมกีฬา
     * ชมรม
     * สมาพันธ์กีฬา

4. **มีผลการเรียนขั้นต่ำ**

   * หลายมหาวิทยาลัยกำหนด GPAX ขั้นต่ำ เช่น 2.00–2.75
   * บางแห่งต้องใช้คะแนนสอบ TGAT/TPAT หรือ A-Level ด้วย

5. **ผ่านการคัดเลือกทักษะกีฬา**

   * ต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
   * ทดสอบฝีมือจริง
   * บางกีฬาอาจมีการแข่งขันคัดตัว

---

## สิ่งที่มหาวิทยาลัยมักพิจารณาเพิ่ม

* ความมีวินัย
* สุขภาพร่างกายแข็งแรง
* ไม่มีประวัติเสียร้ายแรง
* สามารถร่วมทีมมหาวิทยาลัยได้จริง

---

## กีฬาที่นิยมรับโควตา

ตัวอย่างเช่น

* ฟุตบอล
* ฟุตซอล
* แบดมินตัน
* วอลเลย์บอล
* บาสเกตบอล
* กรีฑา
* ว่ายน้ำ
* เทควันโด
* อีสปอร์ต (บางมหาวิทยาลัยเริ่มมี)

---

## ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่มีโควตานักกีฬา

* จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
* มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
* มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
* มหาวิทยาลัยมหิดล
* มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
* มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

---

## เอกสารที่มักใช้สมัคร

* ใบสมัคร
* สำเนาบัตรประชาชน
* สำเนาทะเบียนบ้าน
* ใบแสดงผลการเรียน
* รูปถ่าย
* Portfolio กีฬา
* เกียรติบัตร/เหรียญรางวัล
* คลิปการแข่งขัน (บางแห่ง)

---

## ถ้าอยากเพิ่มโอกาสติด

* แข่งรายการระดับจังหวัดขึ้นไป
* เก็บคลิป Highlight กีฬา
* มีสถิติการแข่งขัน
* รักษาเกรดให้ดี
* ติดต่อโค้ชมหาวิทยาลัยล่วงหน้า

---

## ข้อดีของการเข้าด้วยโควตานักกีฬา

* โอกาสเข้ามหาวิทยาลัยง่ายขึ้นในบางคณะ
* บางแห่งมีทุนการศึกษา
* ได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยแข่งขัน
* มีโอกาสต่อยอดสู่อาชีพนักกีฬา

ถ้าต้องการ ผมสามารถช่วยต่อได้ เช่น

* วิธีสมัครโควตานักกีฬา TCAS ล่าสุด
* มหาวิทยาลัยไหนเด่นกีฬาอะไร
* GPAX เท่าไรถึงมีโอกาส
* นักแบดมินตัน/ฟุตบอลควรเตรียม Portfolio แบบไหน
* ตัวอย่าง Portfolio นักกีฬา จริง ๆ ควรมีอะไรบ้าง
--------------------------------------------------
#37
Lactobacillus gasseri เป็นแบคทีเรียกลุ่มโพรไบโอติกที่พบได้ตามธรรมชาติในระบบทางเดินอาหารและอาหารหมักบางชนิด โดยอาหารที่อาจพบเชื้อนี้ได้ เช่น

* โยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต
* นมเปรี้ยว/เครื่องดื่มโปรไบโอติก
* คีเฟอร์ (Kefir)
* กิมจิ
* ผักดองแบบหมักธรรมชาติ
* มิโสะ
* เทมเป้
* กะหล่ำปลีดอง (Sauerkraut)
* ชีสบางชนิดที่หมักด้วยแบคทีเรียมีชีวิต

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่อาหารหมักทุกชนิดจะมี Lactobacillus gasseri โดยตรง เพราะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ใช้ในการหมัก ผู้ผลิตบางรายจะระบุบนฉลากว่า "มี L. gasseri" หรือระบุชื่อสายพันธุ์ เช่น

* L. gasseri SBT2055
* L. gasseri BNR17

สายพันธุ์เหล่านี้ถูกศึกษาว่าอาจช่วยเรื่อง

* สมดุลลำไส้
* ลดการอักเสบ
* การย่อยอาหาร
* ควบคุมน้ำหนักและไขมันหน้าท้องในบางงานวิจัย

แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน และยังควรกินอาหารครบหมู่ร่วมด้วยครับ
--------------------------------------
#38
โพรโทคอล (Protocol) ในระบบคอมพิวเตอร์ คือ "กฎหรือมาตรฐานการสื่อสาร" ที่กำหนดว่าอุปกรณ์หรือโปรแกรมจะส่งข้อมูลหากันอย่างไร เพื่อให้เข้าใจกันได้ถูกต้อง

เปรียบเหมือน "ภาษากลาง" ระหว่างคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์เครือข่ายต่าง ๆ

---

# ตัวอย่างให้เข้าใจง่าย

ถ้าคนไทยคุยกับคนญี่ปุ่น จำเป็นต้องมีภาษากลาง เช่น อังกฤษ

ในระบบคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน
คอมพิวเตอร์ 2 เครื่องจะสื่อสารกันได้ ต้องใช้กฎเดียวกัน เช่น

* ส่งข้อมูลแบบไหน
* เริ่ม–จบข้อมูลอย่างไร
* ถ้าข้อมูลหายต้องทำอย่างไร
* ตรวจสอบความถูกต้องอย่างไร

กฎเหล่านี้เรียกว่า "Protocol"

---

# โปรโตคอลทำงานอย่างไร

เวลาคุณเปิดเว็บไซต์ เช่น [Google](https://www.google.com?utm_source=chatgpt.com)

จะมีหลายโปรโตคอลทำงานร่วมกัน เช่น

1. เครื่องคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
2. หา IP ของเว็บไซต์
3. ส่งคำขอไปยังเซิร์ฟเวอร์
4. รับข้อมูลกลับมา
5. แสดงผลเป็นหน้าเว็บ

ทั้งหมดนี้ใช้โปรโตคอลหลายชนิดร่วมกัน

---

# โปรโตคอลสำคัญในระบบคอมพิวเตอร์

## 1. HTTP / HTTPS

ใช้สำหรับเปิดเว็บไซต์

* HTTP = ส่งข้อมูลปกติ
* HTTPS = มีการเข้ารหัส ปลอดภัยกว่า

ตัวอย่าง:

* เว็บธนาคาร
* Facebook
* YouTube

YouTube
Facebook

---

## 2. TCP/IP

เป็นพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

### TCP

ควบคุมให้ข้อมูลส่งครบ ไม่หาย

### IP

กำหนดที่อยู่ปลายทาง

เปรียบเหมือน:

* IP = ที่อยู่บ้าน
* TCP = บริษัทขนส่งที่ตรวจว่าของส่งครบ

---

## 3. FTP

ใช้ส่งไฟล์ระหว่างเครื่อง

เช่น

* อัปโหลดเว็บไซต์
* ส่งไฟล์เข้าเซิร์ฟเวอร์

---

## 4. SMTP / POP3 / IMAP

ใช้กับอีเมล

* SMTP = ส่งเมล
* POP3 = ดาวน์โหลดเมล
* IMAP = ซิงก์เมลระหว่างหลายอุปกรณ์

ตัวอย่าง:

* [Gmail](https://mail.google.com?utm_source=chatgpt.com)
* [Outlook](https://outlook.live.com?utm_source=chatgpt.com)

---

## 5. DNS

แปลงชื่อเว็บไซต์เป็น IP Address

เช่น

```text
google.com

142.xxx.xxx.xxx
```

เพราะคอมพิวเตอร์เข้าใจ IP มากกว่าชื่อเว็บ

---

## 6. DHCP

แจก IP Address อัตโนมัติในเครือข่าย

เช่น

* Wi-Fi บ้าน
* ออฟฟิศ
* โรงเรียน

เมื่อมือถือเชื่อม Wi-Fi จะได้รับ IP อัตโนมัติผ่าน DHCP

---

# โปรโตคอลมีประโยชน์อย่างไร

## ทำให้อุปกรณ์ต่างยี่ห้อคุยกันได้

เช่น

* Windows
* Linux
* Android
* iPhone

ใช้มาตรฐานเดียวกัน

---

## ทำให้อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นได้

ถ้าไม่มี Protocol
อุปกรณ์จะส่งข้อมูลกันไม่รู้เรื่อง

---

## ช่วยเรื่องความปลอดภัย

เช่น HTTPS ใช้การเข้ารหัสข้อมูล

---

# โปรโตคอลมีหลายชั้น (Layer)

โมเดลที่นิยมคือ TCP/IP และ OSI Model

ตัวอย่างแบบง่าย:

| ชั้น        | หน้าที่       |
| ----------- | ------------- |
| Application | เว็บ อีเมล    |
| Transport   | ตรวจข้อมูล    |
| Internet    | หาเส้นทาง     |
| Network     | ส่งสัญญาณจริง |

---

# ตัวอย่างการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

| สิ่งที่ทำ           | โปรโตคอล      |
| ------------------- | ------------- |
| เปิดเว็บ            | HTTP/HTTPS    |
| เล่น YouTube        | TCP/IP, HTTPS |
| ส่งอีเมล            | SMTP          |
| ใช้ Wi-Fi           | DHCP, TCP/IP  |
| โหลดไฟล์เซิร์ฟเวอร์ | FTP           |

---

# สรุปสั้น ๆ

Protocol คือ "กฎการสื่อสารของคอมพิวเตอร์"
ทำให้อุปกรณ์และโปรแกรมต่าง ๆ สามารถรับส่งข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
-------------------------------------------------------------
#39
โพรไบโอติก (Probiotic) คือจุลินทรีย์มีชีวิต "ชนิดดี" ที่เมื่อกินในปริมาณเหมาะสม จะช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารและสุขภาพโดยรวมทำงานดีขึ้น

มักเป็นแบคทีเรียกลุ่ม เช่น

* Lactobacillus
* Bifidobacterium
* หรือยีสต์บางชนิด เช่น Saccharomyces boulardii

## ประโยชน์ของโพรไบโอติก

มีงานวิจัยสนับสนุนในหลายด้าน เช่น

### ระบบทางเดินอาหาร

* ลดท้องอืด แน่นท้อง
* ช่วยเรื่องขับถ่าย
* ลดท้องเสียจากยาปฏิชีวนะ
* อาจช่วยอาการลำไส้แปรปรวน

### ภูมิคุ้มกัน

* ช่วยให้ภูมิคุ้มกันสมดุลขึ้น
* อาจลดโอกาสติดเชื้อทางเดินอาหารบางชนิด

### การเผาผลาญและไขมัน

สำหรับคนที่ต้องการลดไขมันหรือดูแลสุขภาพ อาจช่วยเรื่อง

* ลดการอักเสบในร่างกาย
* ช่วยสมดุลน้ำหนักทางอ้อม
* บางสายพันธุ์อาจช่วยลดไขมันหน้าท้องได้เล็กน้อยเมื่อใช้ร่วมกับการคุมอาหารและออกกำลังกาย

## แหล่งอาหารที่มีโพรไบโอติก

### อาหารธรรมชาติ

* โยเกิร์ต
* นมเปรี้ยว
* กิมจิ
* มิโสะ
* เทมเป้
* ผักดองแบบหมักธรรมชาติ

### แบบอาหารเสริม

มีทั้งแคปซูล ผง และเครื่องดื่ม

## กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

### 1. กินสม่ำเสมอ

โพรไบโอติกไม่ใช่กินครั้งเดียวแล้วอยู่ถาวร ต้องกินต่อเนื่อง

### 2. กินร่วมกับ "พรีไบโอติก"

พรีไบโอติกคืออาหารของจุลินทรีย์ดี เช่น

* กล้วย
* หอมใหญ่
* กระเทียม
* ข้าวโอ๊ต
* ถั่วต่าง ๆ

ช่วยให้โพรไบโอติกเติบโตดีขึ้น

### 3. เวลาที่เหมาะ

หลายคนเลือกกิน

* ตอนท้องว่าง
* หรือก่อนอาหาร 15–30 นาที

แต่บางชนิดกินพร้อมอาหารก็ได้ ขึ้นกับผลิตภัณฑ์

### 4. เลี่ยงน้ำร้อนจัด

ความร้อนสูงอาจทำให้จุลินทรีย์ตาย

## ถ้าจะเลือกอาหารเสริม ควรดูอะไร

* จำนวนจุลินทรีย์ (CFU)
* สายพันธุ์ชัดเจน
* มีวันหมดอายุชัด
* มีงานวิจัยรองรับ

ตัวอย่างสายพันธุ์ที่พบได้บ่อย

* Lactobacillus rhamnosus
* Lactobacillus acidophilus
* Bifidobacterium lactis

## ข้อควรระวัง

บางคนช่วงแรกอาจมี

* ท้องอืด
* ผายลมมากขึ้น

มักดีขึ้นในไม่กี่วัน

ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก หรือมีโรครุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

## สำหรับคนอายุ 40+ ที่ต้องการลดไขมันและดูแลสุขภาพ

แนวทางที่มักได้ผลร่วมกันคือ

1. เพิ่มไฟเบอร์
2. กินโพรไบโอติกสม่ำเสมอ
3. ลดน้ำตาลและอาหารแปรรูป
4. นอนให้พอ
5. ออกกำลังกายทั้งเวทและคาร์ดิโอ

ลำไส้ที่สมดุลมักช่วยเรื่องการย่อย การอักเสบ และการควบคุมความอยากอาหารได้ดีขึ้นครับ
-------------------------------------------
#40
1. แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ชัด
2. คุยกันเฉพาะเรื่องงานในเวลางานก่อน
3. ใช้น้ำเสียงสุภาพเหมือนเพื่อนร่วมงานทั่วไป
4. ไม่ประชด เหน็บ หรือพูดกระทบกัน
5. ไม่เล่าเรื่องเลิกกันให้ทั้งออฟฟิศฟัง
6. ไม่ดึงเพื่อนร่วมงานมาอยู่ "ฝ่ายใคร"
7. ตั้งขอบเขตการติดต่อ เช่น หลังเลิกงานไม่จำเป็นต้องคุย
8. ถ้ายังรู้สึกมาก ให้ลดการเจอกันที่ไม่จำเป็น
9. ไม่เช็กโซเชียลอีกฝ่ายตลอดเวลา
10. ไม่เอาอารมณ์เศร้ามากระทบงาน
11. รักษาความเป็นมืออาชีพไว้เสมอ
12. ถ้าต้องประชุมร่วมกัน ให้โฟกัสที่เป้าหมายงาน
13. อย่าพยายามทำให้อีกฝ่ายหึง
14. ไม่รีบเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ในที่ทำงานเพื่อประชด
15. ถ้าเจ็บมาก ให้เว้นระยะอย่างเงียบ ๆ
16. ดูแลตัวเองเรื่องการนอน อาหาร และออกกำลังกาย
17. หาเพื่อนหรือคนสนิทคุยระบายแทนการเก็บไว้คนเดียว
18. ยอมรับว่าความอ awkward ช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ
19. ถ้าต้องทำโปรเจกต์คู่กัน ให้สื่อสารตรงไปตรงมา
20. ไม่ขุดเรื่องเก่ามาทะเลาะซ้ำ
21. ถ้าอีกฝ่ายเริ่มคุยนอกเรื่องส่วนตัว แล้วเราไม่พร้อม ให้เปลี่ยนเรื่องสุภาพ ๆ
22. อย่าแปลทุกพฤติกรรมของอีกฝ่ายว่า "ยังมีใจ"
23. ใช้เวลาพัฒนาตัวเองแทนการหมกมุ่น
24. ถ้าทำงานใกล้กันมาก อาจขอสลับหน้าที่บางช่วงถ้าจำเป็น
25. ไม่ดื่มหนักหรือใช้อารมณ์ในงานสังสรรค์บริษัท
26. หากมีแฟนใหม่ในอนาคต ควรวางตัวให้เหมาะสมในที่ทำงาน
27. เก็บความลับและให้เกียรติความสัมพันธ์ที่ผ่านมา
28. ถ้าความสัมพันธ์เริ่มกลับมาเป็นมิตรได้ ก็ค่อยเป็นค่อยไป
29. ถ้ามีความขัดแย้งรุนแรงจนกระทบงาน อาจคุยกับหัวหน้าแบบมืออาชีพ
30. จำไว้ว่า "เลิกกัน" ไม่จำเป็นต้อง "เกลียดกัน" เสมอไป และหลายคนก็ทำงานร่วมกันได้ดีหลังจบความสัมพันธ์

ถ้าต้องการ ผมสามารถช่วยต่อได้ เช่น

* "ควรวางตัวแบบไหนถ้ายังรักอยู่"
* "วิธีทำใจเวลาเห็นเขาทุกวัน"
* "ถ้าอีกฝ่ายมีแฟนใหม่ในที่ทำงานควรรับมืออย่างไร"
* "วิธีคุยกันหลังเลิกแบบไม่ awkward"
---------------------------------------------