News:

exness system using partner code 73208
https://one.exnessonelink.com/a/73208
Enter partner code 73208

Main Menu

Recent posts

#1
ได้ครับ ปัจจุบันการเลือกตั้ง **คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ปี 2569** เป็นการเลือกตั้งผู้แทน 2 ฝ่าย คือ **ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน** และ **ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง** เพื่อเข้าไปเป็นคณะกรรมการประกันสังคม

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ กำหนดวันเลือกตั้งเป็น **วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00–16.00 น.** ([SSO Election][1])

## 1. ใครเป็นคนเลือก?

แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

| กลุ่ม                 | ผู้มีสิทธิ                                           |
| --------------------- | ---------------------------------------------------- |
| 👨�💼 ฝ่ายผู้ประกันตน | ผู้ประกันตนที่มีสิทธิเลือกตั้งและลงทะเบียนใช้สิทธิ   |
| 🏢 ฝ่ายนายจ้าง        | นายจ้าง/ผู้แทนนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งและลงทะเบียน |

การเลือกตั้งครั้งนี้จึง **ไม่ได้ให้ผู้ประกันตนเลือกผู้แทนนายจ้าง** และนายจ้างก็ไม่ได้เลือกผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน แต่ละฝ่ายเลือกผู้แทนของฝ่ายตนเอง

---

# 2. ขั้นตอนการเลือกตั้งของผู้ประกันตน

### ขั้นที่ 1 — ตรวจสอบว่ามีสิทธิหรือไม่

เข้าเว็บไซต์ตรวจสอบสิทธิของสำนักงานประกันสังคม

[ตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้ง สปส.](https://sbe2.sso.go.th/lookup/?utm_source=chatgpt.com)

ระบบให้กรอกข้อมูล เช่น

* เลขบัตรประชาชน 13 หลัก
* ชื่อ
* นามสกุล
* วันเดือนปีเกิด
* เบอร์โทรศัพท์เพื่อรับ OTP

จากนั้นระบบจะแสดง **สถานที่เลือกตั้งของเรา** ([SSO Election][1])

> สำคัญ: ต้องไปใช้สิทธิ **ตามหน่วยเลือกตั้งที่ระบบกำหนด** ไม่สามารถเดินทางไปเลือกที่หน่วยอื่นได้ ([SSO Election][1])

---

# 3. วันเลือกตั้งต้องทำอย่างไร?

ในวันที่ **27 กันยายน 2569**

ไปที่หน่วยเลือกตั้งที่ได้รับการจัดสรร

### เตรียม

**บัตรประชาชน** หรือบัตรราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนและยังไม่หมดอายุ ([SSO Election][1])

จากนั้นโดยหลักจะเป็นลำดับประมาณนี้

**ไปหน่วยเลือกตั้ง**

**ตรวจสอบรายชื่อ**

**แสดงบัตรประชาชน**

**รับบัตรเลือกตั้ง**

**เข้าคูหา**

**กากบาทเลือกผู้สมัคร**

**พับบัตร**

**หย่อนบัตรลงหีบ**

**เสร็จสิ้นการใช้สิทธิ**

---

# 4. เลือกผู้สมัครอย่างไร?

นี่เป็นส่วนที่สำคัญมาก

ผู้มีสิทธิฝ่ายผู้ประกันตนจะเลือก **ผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน** ตามจำนวนที่กติกาการเลือกตั้งกำหนด

ดังนั้น ก่อนเข้าคูหา ควรศึกษาหมายเลขและนโยบายของผู้สมัครที่ต้องการเลือกไว้ล่วงหน้า

ตัวอย่างเช่น หากผู้สมัครที่สนับสนุนคือ

**หมายเลข 7**

ก็ต้องกา **หมายเลข 7** ในบัตรเลือกตั้ง

⚠️ ต้องระวังการกากบาทเกินจำนวนที่กำหนด หรือทำเครื่องหมายอื่นจนบัตรอาจถูกวินิจฉัยเป็นบัตรเสีย

---

# 5. แล้วคะแนนเลือกตั้งเอาไปทำอะไร?

ผู้สมัครแต่ละคนจะได้รับคะแนนจากผู้มีสิทธิในฝ่ายของตน

จากนั้นนับคะแนนทั้งหมด และผู้ที่ได้คะแนนตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่กฎหมายกำหนด จะได้รับเลือกเป็น **กรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน** หรือ **ฝ่ายนายจ้าง**

พูดง่าย ๆ คือ

**ผู้ประกันตน → เลือกผู้แทนผู้ประกันตน → เข้าไปเป็นบอร์ด สปส.**

และ

**นายจ้าง → เลือกผู้แทนนายจ้าง → เข้าไปเป็นบอร์ด สปส.**

---

# 6. บอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่อะไร?

เรื่องนี้สำคัญกว่าการเลือกตั้งเสียอีก เพราะบอร์ดมีบทบาทต่อทิศทางของกองทุนประกันสังคม เช่น

* กำหนด/เสนอแนวนโยบายของสำนักงานประกันสังคม
* พิจารณาเรื่องสำคัญเกี่ยวกับกองทุน
* ดูแลแนวทางการบริหารกองทุน
* พิจารณาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน
* เสนอการปรับปรุงสิทธิประโยชน์
* มีส่วนในการกำหนดทิศทางการบริหารเงินกองทุน

ดังนั้น **การเลือกตั้งบอร์ด สปส. ไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไปแบบ ส.ส.** แต่เป็นการเลือกตัวแทนของผู้ประกันตนและนายจ้างเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารระบบประกันสังคม

---

## 7. สิ่งที่ควรทำก่อนวันที่ 27 กันยายน

ผมแนะนำให้ทำ 4 อย่างนี้ก่อน

**① ตรวจสอบว่าตัวเองมีสิทธิ**

**② ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง**

**③ ศึกษาหมายเลขผู้สมัคร**

**④ เลือกผู้สมัครที่มีนโยบายตรงกับสิ่งที่ต้องการ**

สำนักงานประกันสังคมมีระบบให้ตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้งออนไลน์ และมีการปรับปรุงสถานที่เลือกตั้งในบางพื้นที่ ดังนั้นควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนวันเลือกตั้ง ([SSO Election][1])

---

### ถ้าคุณกำลังจะเลือก "ผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน"

ผมสามารถทำต่อให้ได้แบบละเอียดว่า

**"ตั้งแต่เดินเข้าหน่วยเลือกตั้ง → รับบัตร → กาได้กี่หมายเลข → บัตรเสียเกิดจากอะไร → นับคะแนนอย่างไร → ใครได้เป็นบอร์ด"**

รวมถึงทำ **ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งจำลอง** ให้ดูว่าควรกาอย่างไรและกาแบบไหนเป็นบัตรเสียได้ครับ

[1]: https://sbe2.sso.go.th/lookup/?utm_source=chatgpt.com "ตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง คณะกรรมการประกันสังคม 2569"
-------------------------------------------------------------
#2
**ความชราไม่ถือว่าเป็น "โรค" โดยตรง** แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความชราทำให้ความสามารถในการซ่อมแซมและควบคุมระบบต่าง ๆ ของร่างกายลดลง จึง **เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ** เช่น

* โรคหัวใจและหลอดเลือด
* เบาหวาน
* มะเร็ง
* ความดันโลหิตสูง
* กระดูกพรุน
* สมองเสื่อม
* กล้ามเนื้อลดลงและอ่อนแรง

### แล้ววงการแพทย์มอง "ความชรา" อย่างไร?

ปัจจุบันมีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่มองว่า **aging เป็นกระบวนการที่สามารถศึกษาและอาจชะลอ/ปรับเปลี่ยนได้** ไม่ใช่เพียงสิ่งที่ต้องยอมรับอย่างเดียว แต่ยังไม่ใช่โรคที่แพทย์จะวินิจฉัยเหมือนโรคเบาหวานหรือมะเร็ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ **อายุจริง (Chronological age) กับอายุทางชีวภาพ (Biological age) อาจไม่เท่ากัน** คนอายุ 50 ปีสองคนอาจมีสภาพร่างกายต่างกันมาก ขึ้นกับพันธุกรรม การออกกำลังกาย อาหาร การนอน ความเครียด และโรคประจำตัว

**สรุปสั้น ๆ:**

> 🧬 ความชรา = กระบวนการทางชีวภาพ ไม่ใช่โรค
> ⚠️ แต่ความชราเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเรื้อรังจำนวนมาก
> 💪 พฤติกรรมสุขภาพสามารถช่วยให้ "ชราอย่างมีสุขภาพดี" และลดการเสื่อมบางด้านได้

ถ้าสนใจ ผมสามารถอธิบายต่อได้ว่า **"ทำไมคนเราจึงแก่" และปัจจุบันมีวิธีชะลอวัยที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้าง** โดยแบ่งเป็น 10 กลไกของความชราให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ครับ

-------------------------------------------------

คนเราแก่เพราะ **เซลล์และระบบซ่อมแซมของร่างกายค่อย ๆ เสื่อมลงเมื่อเวลาผ่านไป** ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายกลไกร่วมกัน

### 🧬 8 กลไกสำคัญที่ทำให้เราแก่

1. **DNA เสียหายสะสม**

   * DNA ถูกทำลายจากการแบ่งเซลล์ รังสี สารเคมี และความเครียดออกซิเดชัน
   * ระบบซ่อมแซมทำงานได้ไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม

2. **เทโลเมียร์สั้นลง**

   * ปลายโครโมโซมมีส่วนป้องกันที่เรียกว่า *telomere*
   * เมื่อเซลล์แบ่งตัวหลายครั้ง เทโลเมียร์จะสั้นลง จนเซลล์แบ่งตัวได้จำกัด

3. **ไมโตคอนเดรียเสื่อม**

   * ไมโตคอนเดรียเปรียบเหมือน "โรงไฟฟ้า" ของเซลล์
   * เมื่อประสิทธิภาพลดลง เซลล์ผลิตพลังงานได้น้อยลงและเกิดความเสียหายมากขึ้น

4. **เซลล์ชรา (Senescent cells) สะสม**

   * เซลล์บางส่วนหยุดแบ่งตัวแต่ไม่ถูกกำจัดออก
   * สามารถปล่อยสารที่กระตุ้นการอักเสบและรบกวนเซลล์ข้างเคียง

5. **การอักเสบเรื้อรังเพิ่มขึ้น**

   * เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันมีแนวโน้มเกิดการอักเสบระดับต่ำเรื้อรัง
   * ส่งผลต่อหลอดเลือด สมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่าง ๆ

6. **ระบบกำจัดของเสียในเซลล์ลดลง**

   * เซลล์มีระบบกำจัดโปรตีนและชิ้นส่วนที่เสียหาย เช่น autophagy
   * เมื่อระบบนี้ทำงานลดลง ของเสียจึงสะสมมากขึ้น

7. **ฮอร์โมนและการควบคุมการเผาผลาญเปลี่ยนไป**

   * ระบบฮอร์โมน อินซูลิน และการควบคุมพลังงานเปลี่ยนแปลง
   * ทำให้เกิดไขมันสะสมง่ายขึ้นและกล้ามเนื้อลดลง

8. **เซลล์ต้นกำเนิดและความสามารถในการซ่อมแซมลดลง**

   * ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่เพื่อทดแทนเซลล์เก่าได้น้อยลง
   * จึงเห็นการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระดูก และอวัยวะต่าง ๆ ช้าลง

### แล้วทำไมบางคนอายุเท่ากัน แต่แก่ไม่เท่ากัน?

เพราะ **"อายุปฏิทิน" ไม่เท่ากับ "อายุชีวภาพ"** เสมอไป

ปัจจัยที่มีผลอย่างมาก ได้แก่

**พันธุกรรม + อาหาร + การออกกำลังกาย + การนอน + ความเครียด + การสูบบุหรี่/แอลกอฮอล์ + โรคเรื้อรัง + สิ่งแวดล้อม**

ดังนั้นเราอาจ **หยุดความชราไม่ได้ แต่สามารถลดความเร็วของการเสื่อมบางส่วนได้**

และมีประเด็นที่น่าสนใจมากคือ **"การออกกำลังกาย โดยเฉพาะเวทเทรนนิ่ง + แอโรบิก + การกินโปรตีนเพียงพอ สามารถชะลอความเสื่อมของกล้ามเนื้อและระบบเผาผลาญได้อย่างไร"** ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่มีหลักฐานค่อนข้างแข็งแรงในการทำให้ร่างกายแก่ช้าลงครับ

-----------------------------------------------------
#3
ค่าเสื่อมราคารถยนต์ **ไม่มีอัตราเดียวตายตัว** เพราะขึ้นกับว่าใช้เพื่ออะไร เช่น คำนวณต้นทุนธุรกิจ, ราคาขายต่อ หรือค่าใช้รถส่วนตัว

### วิธีคำนวณแบบง่าย

**ค่าเสื่อมต่อปี = (ราคาซื้อรถ − ราคาซากที่คาดว่าจะเหลือ) ÷ อายุการใช้งาน**

ตัวอย่าง
รถราคา **1,500,000 บาท**
คาดว่าจะขายได้เมื่อครบ 5 ปี = **600,000 บาท**

ค่าเสื่อม = (1,500,000 − 600,000) ÷ 5
= **180,000 บาท/ปี**
= **15,000 บาท/เดือน**

### ถ้าต้องการประเมิน "รถมือสองลดราคาปีละกี่ %"

โดยทั่วไปสามารถใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ:

| อายุรถ    | ค่าเสื่อมโดยประมาณ |
| --------- | -----------------: |
| ปีที่ 1   |             15–25% |
| ปีที่ 2   |             10–15% |
| ปีที่ 3   |              8–12% |
| ปีที่ 4–5 |           7–10%/ปี |
| เกิน 5 ปี |           5–10%/ปี |

รถ **Benz / BMW / Audi** มักมีค่าเสื่อมที่แตกต่างจาก Toyota/Honda และรถที่มีราคาสูงอาจมีค่าเสื่อมเป็น "จำนวนเงินบาท" สูง แม้เปอร์เซ็นต์จะใกล้กัน

#4
บทเรียนรู้ Season 1 Forex Beginner ถึง Season 6 Quant Trading Lab

เริ่ม 10-9-2569

ลูกค้าใหม่ เปิดบัญชี MT4/MT5 ได้ที่ https://www.exness.com/a/73208

Season 1 — Forex Beginner
→ คนทั่วไปเริ่มเรียน Forex
Season 2 — EA Development
→ เริ่มเขียน EA
Season 3 — Professional EA
→ Risk Management
Season 4 — Portfolio / Prop Firm
→ บริหารหลายระบบ
Season 5 — AI / Machine Learning
→ ใช้ Data ช่วยกรอง Signal
Season 6 — Quant Trading Lab
→ Python + MQL4 + Machine Learning + Quant Research

ตั้งแต่ "มือใหม่ Forex" → "เขียน EA" → "Professional EA" → "Portfolio" → "AI Trading" → "Quant Trading"

ติดตามได้ที่  ช่อง https://www.youtube.com/junjao9  , Tiktok

EP.1 Forex คืออะไร? เหมาะกับใคร?
หัวข้อ
- Forex คืออะไร
- ซื้อขายอะไร
- EURUSD คืออะไร
- XAUUSD คืออะไร
- Forex ต่างจากหุ้นอย่างไร
- เปิดตลาดวันไหน
- ทำไมคนไทยสนใจ Forex

EP.2 Forex ทำเงินได้จริงไหม?
สอนเรื่อง
- กำไรเกิดจากอะไร
- Long / Short
- ราคาเพิ่มและราคาลด
- ตัวอย่างการซื้อ EURUSD
- ตัวอย่างการ Sell Gold
- ความเสี่ยงและการขาดทุน

EP.3 ต้องมีเงินเท่าไรจึงเริ่ม Forex ได้?
สอน
- เงินทุน
- Lot
- Leverage
- Margin
- Stop Loss
- Risk ต่อไม้

EP.4 เปิดบัญชี Forex ต้องทำอย่างไร?
สอนแบบ Step-by-Step
1. เลือก Broker
2. สมัครบัญชี
3. ยืนยันตัวตน
4. เลือกประเภทบัญชี
5. ฝากเงิน
6. ดาวน์โหลด MT4/MT5
7. Login

EP.5 MT4 / MT5 คืออะไร?
สอนหน้าจอพื้นฐาน
- Market Watch
- Chart
- Navigator
- Terminal
- Buy
- Sell
- Stop Loss
- Take Profit
- Volume
- History

#5
ถ้า **Epson L3250 สีแดง (Magenta) ไม่ออก** ให้ลองตามลำดับนี้ครับ

### วิธีล้างหัวพิมพ์จากเมนูเครื่อง

1. ใส่กระดาษ A4
2. เปิดเครื่อง Epson L3250
3. กดปุ่ม **Stop/Cancel (ปุ่มสามเหลี่ยมในวงกลม)** ค้างประมาณ **5 วินาที**
4. เครื่องจะเริ่ม **Head Cleaning** ไฟ Power จะกระพริบ
5. รอจนไฟหยุดกระพริบ แล้วพิมพ์ **Nozzle Check**
6. ถ้ายังไม่มีสีแดง ให้ทำซ้ำได้ประมาณ **2–3 ครั้ง** โดยเว้นระยะสัก 5–10 นาที

### ถ้ายังไม่ออก

ในคอมพิวเตอร์ให้เข้า:

**Control Panel → Devices and Printers → Epson L3250 → Printing Preferences → Maintenance → Head Cleaning**

แล้วเลือก **Nozzle Check** เพื่อตรวจลายเส้น

> **สำคัญ:** ถ้าล้างปกติ 2–3 ครั้งแล้วสีแดงยังไม่ออก ไม่ควรล้างต่อเนื่องหลายครั้ง เพราะจะใช้น้ำหมึกมากและอาจทำให้ระบบหมึกมีปัญหา ควรตรวจ **หมึก Magenta, ท่อหมึก และหัวพิมพ์** ต่อ
--------------------------------------------------

ได้ครับ สำหรับ **Epson L3250 ที่สีแดง (Magenta) ตันหนัก** แนะนำให้ลอง **Power Cleaning / Power Ink Flushing** หลังจาก Head Cleaning ปกติไม่สำเร็จ

### ⚠️ ก่อนทำ Power Cleaning

* ตรวจว่าถังหมึก **Magenta มีหมึกเพียงพอ**
* เครื่องควรวางราบ
* ตรวจให้แน่ใจว่าถังหมึกทุกสีเปิดช่องระบายอากาศตามปกติ
* Power Cleaning ใช้หมึก **มากกว่าการล้างหัวพิมพ์ปกติมาก**

### วิธีทำจากคอมพิวเตอร์ Windows

1. เปิด **Epson L3250**
2. เข้า
   **Control Panel → Devices and Printers**
3. คลิกขวา **Epson L3250 → Printing Preferences**
4. เลือกแท็บ **Maintenance**
5. มองหาเมนู **Power Cleaning** หรือ **Power Ink Flushing**
6. อ่านคำเตือน แล้วกด **Start / OK**
7. รอจนเครื่องทำงานเสร็จ **ห้ามปิดเครื่องหรือถอดปลั๊ก**
8. เสร็จแล้วพักเครื่องประมาณ **12 ชั่วโมง**
9. จากนั้นพิมพ์ **Nozzle Check**

### ถ้าไม่มีเมนู Power Cleaning

ในไดรเวอร์ L3250 บางเวอร์ชันอาจไม่มีเมนูนี้ ให้ลอง:

**Maintenance → Head Cleaning**

ก่อน แล้วทำ **Nozzle Check** ตรวจสอบ หากเส้น Magenta หายเป็นช่วง ๆ แสดงว่าหัวพิมพ์อาจตัน

ถ้า **Magenta ไม่ออกเลยทั้งสี** แม้ทำ Head Cleaning แล้ว ผมแนะนำว่า **อย่าเพิ่งทำ Power Cleaning หลายรอบ** เพราะอาจไม่ใช่แค่หัวพิมพ์ตัน แต่อาจเป็นปัญหา **หมึกไม่ไหลจากถัง → ท่อหมึก → หัวพิมพ์**

------------------------------------------------------------------
#6
รู้จัก "CARE" สูตรใหม่คำนวณบำนาญชราภาพ | THAN TALK | 02-09-69

#7
หมายเลข107 มี 5 นโยบาย "ประกันสังคมแบบใหม่"

27 กันยายน 2569 เลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม สามารถเลือกได้ฝ่ายละ 7 หมายเลข ผมได้หมายเลข 107 ช่วยกันไปเลือกตั้งด้วยครับ "เลือกคนทำงาน เพื่อสิทธิของเรา"

## 5 นโยบาย "ประกันสังคมแบบใหม่" ที่น่าสนใจ

### 1. 👴 ประกันสังคมดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

**"เจ็บป่วยติดเตียง มีคนดูแล ประกันสังคมช่วยจ่าย"**

เสนอให้จัดตั้ง **กองทุนดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง (Long-Term Care)**

ให้สิทธิ เช่น

* ค่าดูแลผู้ป่วยติดเตียง
* ค่าผู้ดูแล/ผู้ช่วยดูแล
* อุปกรณ์ช่วยเหลือผู้สูงอายุ
* บริการดูแลที่บ้าน
* ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน

ปัจจุบันคนจำนวนมากไม่ได้กังวลแค่ "เงินบำนาญ" แต่กังวลว่า **ถ้าแก่แล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ใครจะดูแล?

ILO ก็ระบุว่าการคุ้มครองผู้สูงอายุควรรวมถึง **pensions, care and services** ไม่ใช่เฉพาะเงินบำนาญ

---

### 2. 👶 เงินออม/สวัสดิการบุตรแบบต่อเนื่อง

**"มีลูก ไม่ต้องหมดตัว เพราะประกันสังคมช่วยเลี้ยง"**

พัฒนาจากสิทธิเด็กแบบเดิมเป็น **Social Security Child Benefit**

ตัวอย่างแนวคิด:

* เงินช่วยเหลือบุตรรายเดือน
* เพิ่มเงินตามจำนวนบุตร
* เงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กเล็ก
* สนับสนุนค่าอาหาร/การศึกษา
* เพิ่มสิทธิสำหรับครอบครัวรายได้น้อย

เปลี่ยนจาก "ช่วยตอนคลอด" เป็น ช่วยเลี้ยงจนเด็กเติบโต

ILO ระบุว่า social protection floor ควรมีหลักประกันรายได้สำหรับเด็ก รวมถึงโภชนาการ การศึกษา และการดูแลเด็ก

---

### 3. 💼 "ตกงานต้องมีงานใหม่" ไม่ใช่แค่เงินทดแทน

**"ประกันสังคมไม่ใช่แค่จ่ายเงินตอนตกงาน แต่ต้องช่วยให้กลับไปทำงานได้"**

เสนอระบบ **Unemployment + Job Re-Start**

เมื่อผู้ประกันตนตกงาน ให้ได้รับทั้ง

* เงินทดแทนการว่างงาน
* ฝึกอาชีพฟรี
* ใบรับรองทักษะใหม่
* Matching งานกับนายจ้าง
* เงินสนับสนุนระหว่างฝึกอาชีพ
* สิทธิเรียนทักษะดิจิทัล/AI
* ช่วยเหลือผู้ที่มีอายุ 45–60 ปีให้กลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน

"ตกงานวันนี้ ประกันสังคมต้องช่วยให้มีงานใหม่พรุ่งนี้"

ILO ระบุว่าการคุ้มครองการว่างงานสามารถรวมถึง **บริการสำหรับผู้ว่างงานและการรับประกันการมีงานทำ** ไม่ใช่เพียงเงินสดอย่างเดียว

---

### 4. 🏠 กองทุนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ประกันตน

**"ทำงานทั้งชีวิต ต้องมีสิทธิ์มีบ้าน"**

เสนอ **Social Security Housing Fund**

ให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึง

* สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ
* เงินกู้ซ่อมแซมบ้าน
* บ้านเช่าราคาพิเศษ
* ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ
* โครงการบ้านใกล้ระบบขนส่ง
* ช่วยผู้ประกันตนรายได้น้อยลดภาระค่าเช่า

เป็นการนำเงินออมและระบบสวัสดิการมาช่วยแก้ปัญหา **"ทำงานแต่ไม่มีบ้าน"**

เรื่องที่อยู่อาศัยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด social protection floor ได้ โดย ILO ระบุถึงการเข้าถึงบริการจำเป็น รวมถึง housing ตามบริบทและลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศ
---

### 5. 🌏 ประกันสังคม "ติดตัวไปได้ทุกประเทศ"

**"ทำงานต่างประเทศ เงินประกันสังคมไม่หาย"**

พัฒนาระบบ **Portable Social Security**

สำหรับคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ หรือแรงงานต่างชาติในไทย

เสนอให้ทำความตกลงกับประเทศต่าง ๆ เพื่อให้

* รวมระยะเวลาการทำงานของแต่ละประเทศ
* นับสิทธิเงินสมทบต่อเนื่อง
* ลดปัญหาจ่ายเงินสมทบซ้ำ
* สามารถขอรับสิทธิเมื่อกลับประเทศไทย
* เชื่อมข้อมูลประกันสังคมระหว่างประเทศ


---


> **"5 สิทธิใหม่ เปลี่ยนประกันสังคมไทย"**

**1. แก่ มีคนดูแล**
👴 กองทุนดูแลผู้สูงอายุระยะยาว

**2. มีลูก มีหลักประกัน**
👶 เงินสวัสดิการบุตรต่อเนื่อง

**3. ตกงาน มีงานใหม่**
💼 ฝึกอาชีพ + จัดหางาน + เงินทดแทน

**4. ทำงาน มีโอกาสมีบ้าน**
🏠 กองทุนที่อยู่อาศัยผู้ประกันตน

**5. ไปทำงานต่างประเทศ สิทธิไม่หาย**
🌏 ประกันสังคมเชื่อมสิทธิระหว่างประเทศ

แนวคิดทั้ง 5 ข้อนี้สอดคล้องกับทิศทางของ ILO ที่มองว่าประกันสังคมยุคใหม่ควรขยายจากการจ่ายเงินทดแทนแบบเดิม ไปสู่ **รายได้ สุขภาพ ครอบครัว เด็ก การว่างงาน ผู้สูงอายุ และบริการดูแลตลอดช่วงชีวิต**

-----------------------------------------------------
#8
ตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทน สำนักงานประกันสังคม 27/9/2569

ตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง (สำหรับผู้ไม่มีบัญชีผู้ใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานประกันสังคม)

คลิกเพื่อตรวจสอบสถานที่ใช้สิทธิ

https://sbe2.sso.go.th/lookup/
#9
สรพล ธนวิกสิต เบอร์ 107 เปิดมุมมองสูตร CARE บทสนทนา 36 นาทีกับหมอบูรณ์

ช่วงเช้าวันนี้ (08.00–09.00 น.) หมอบูรณ์ – บูรณ์ อารยพล ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ "จั่นเจา" สรพล ธนวิกสิต ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม 2569 ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 107 นาน 36 นาที ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติผู้สมัคร แนวคิดใช้ AI สื่อสารกับผู้ประกันตน ไปจนถึงสูตร CARE บำนาญชราภาพ SSO Plus และความโปร่งใส

📋 เกี่ยวกับบทความนี้
บทความนี้เรียบเรียงสาระสำคัญจากบทสนทนาทางโทรศัพท์ 36 นาที ระหว่างหมอบูรณ์กับสรพล ธนวิกสิต เบอร์ 107 ชื่อและหมายเลขตรวจสอบไขว้กับประกาศบัญชีรายชื่อทางการของสำนักงานประกันสังคม (18 ส.ค. 2569) แล้วว่ามีอยู่จริง ส่วนข้อมูลประวัติส่วนตัวและมุมมองนโยบายด้านล่างเป็นสิ่งที่สรพลเล่าและระบุด้วยตนเองในการสนทนา ทีมงานยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดประวัติทั้งหมดจากแหล่งอิสระอื่นได้ เนื่องจากยังไม่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับผู้สมัครรายนี้จากสื่อภายนอก

⚠️ หมายเหตุสำคัญ: หมอบูรณ์และสรพล ธนวิกสิต เป็นผู้สมัครคนละเบอร์ ลงหาเสียงแยกจากกันโดยอิสระ ไม่ใช่การรวมทีมหรือรับรองซึ่งกันและกัน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รู้จักแนวคิดผู้สมัครหลากหลายมุมมองก่อนตัดสินใจ ความเห็นเรื่องสูตร CARE ในบทความนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของสรพลเพียงผู้เดียว ไม่ใช่จุดยืนของหมอบูรณ์หรือเว็บไซต์นี้ — จุดยืนของหมอบูรณ์ต่อสูตร CARE ยังคงเป็นไปตามนโยบาย 7+1 (ยึดฎีกา 3307/2567 และเสนอ Best 60 Months แทน)

🙋 "จั่นเจา" สรพล ธนวิกสิต เบอร์ 107 คือใคร?
สรพล ธนวิกสิต หรือ "จั่นเจา" เป็นผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม 2569 ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 107 จากข้อมูลที่เจ้าตัวเล่าในบทสนทนา ระบุว่ามีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและงานบริหารโครงการ ปัจจุบันทำงานตำแหน่ง Project Manager และโปรแกรมเมอร์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง

ด้านการศึกษา ระบุว่าจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนโยธินบูรณะ ปริญญาตรีสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และปริญญาโทสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

นอกจากงานด้านไอทีแล้ว สรพลระบุว่ามีประสบการณ์ด้านงานสังคมและการเมืองมาก่อน โดยเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับเขต และผ่านเข้าสู่การคัดเลือกระดับจังหวัดมาแล้ว การลงสมัครบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวหนึ่งต่อจากประสบการณ์เดิม

💻 จากคนสายไอที สู่สนามบอร์ดประกันสังคม
สิ่งที่ทำให้บทสนทนานี้ต่างจากการแนะนำตัวผู้สมัครทั่วไป คือพื้นฐานของสรพลที่มาจากสายเทคโนโลยี เขาเล่าว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับเว็บไซต์และระบบออนไลน์มานานกว่า 20 ปี โดยทำธุรกิจด้าน Domain Name, Hosting และ Network เป็นเจ้าของเว็บไซต์ junjao.com ที่ให้บริการต่อโดเมนเนมและโฮสติ้งมาอย่างต่อเนื่อง จึงเลือกใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารกับผู้ประกันตน ทั้ง TikTok, Facebook และเว็บไซต์ส่วนตัว รวมถึงการทำข้อมูลให้ค้นหาได้ผ่าน Search Engine

🤖 โครงการ 30 Q&A ประกันสังคม ใช้ AI ช่วยค้น แต่ตรวจสอบเอง
หนึ่งในโครงการที่ถูกพูดถึงในบทสนทนาคือชุดคำถาม-คำตอบ 30 ข้อ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม สรพลระบุว่าใช้ AI หลายระบบ เช่น ChatGPT, Gemini และ Grok ช่วยรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ และสิทธิประโยชน์ ก่อนนำมาตรวจสอบด้วยตนเองอีกครั้ง

คำถามช่วงต้นครอบคลุมปัญหาที่ผู้ประกันตนพบในชีวิตประจำวัน เช่น:

สิทธิค่าทันตกรรม
สิทธิการรักษาพยาบาล
สิทธิประโยชน์ต่างๆ
ขั้นตอนการติดต่อสำนักงานประกันสังคม
ปัญหาด้านเอกสารและการใช้สิทธิ
ส่วนคำถามข้อที่ 30 เน้นสะท้อนเจตนารมณ์ของผู้สมัคร ในประเด็นความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ของสำนักงานประกันสังคม

ประเด็นนี้น่าสนใจในแง่การใช้ AI เพราะสะท้อนว่า AI ช่วยรวบรวมข้อมูลจำนวนมากได้ แต่สำหรับข้อมูลด้านกฎหมาย ผู้ใช้งานควรตรวจสอบกับกฎหมาย ประกาศ และแหล่งข้อมูลทางการอีกครั้งเสมอ

⚖️ สูตร CARE: เห็นด้วยระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทุกประเด็น
เมื่อเข้าสู่ประเด็นสำคัญของการพูดคุย หมอบูรณ์ได้ถามถึงสูตร CARE ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกันตนให้ความสนใจอย่างมาก สรพลแสดงจุดยืนว่าเห็นด้วยกับหลักการของ CARE ในระดับหนึ่ง โดยประเมินมุมมองของตนเองไว้ประมาณ 78–80% ด้วยเหตุผลว่าสูตรใหม่นำประวัติการส่งเงินสมทบและฐานค่าจ้างตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในระบบมาพิจารณา ซึ่งในมุมมองของเขามีเหตุผลในเชิงโครงสร้างระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การเห็นด้วยในหลักการไม่ได้หมายความว่าเขามองว่าการเปลี่ยนสูตรจะไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ สรพลยอมรับว่าผู้ประกันตนแต่ละคนมีประวัติการทำงานและฐานค่าจ้างแตกต่างกัน ผลจากการเปลี่ยนวิธีคำนวณจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ในมุมมองของเขา จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การประกาศเพียงว่า "เอา CARE" หรือ "ไม่เอา CARE" แต่ควรพิจารณาว่าจะออกแบบระบบอย่างไรให้คนที่อยู่ในระบบเดิมได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติฐานค่าจ้างในอดีตแตกต่างจากช่วงท้ายของการทำงาน จึงเสนอแนวคิดเรื่องความยืดหยุ่นและทางเลือก รวมถึงการทบทวนสูตรในอนาคตหากพบผลกระทบที่ไม่เป็นธรรม

💰 ทางเลือกบำเหน็จ-บำนาญ และแนวคิดบำนาญไฮบริด
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือรูปแบบการรับสิทธิประโยชน์เมื่อถึงวัยเกษียณ สรพลมองว่าผู้ประกันตนแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการเงินก้อนเพื่อจัดการภาระทางการเงิน ขณะที่บางคนต้องการรายได้ประจำเพื่อดำรงชีวิตหลังเกษียณ จึงเสนอแนวคิดเปิดทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งบำเหน็จ บำนาญ หรือรูปแบบบำนาญไฮบริด โดยระบุว่าแนวคิดเหล่านี้ควรนำไปพิจารณาต่อในระดับนโยบาย กฎหมาย และฐานะทางการเงินของกองทุนก่อนนำมาใช้จริง

📱 ยกเครื่อง SSO Plus ให้เข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้น
ในฐานะคนสายเทคโนโลยี สรพลให้ความสนใจเป็นพิเศษกับระบบดิจิทัลของสำนักงานประกันสังคม เขามองว่า SSO Plus สามารถพัฒนาให้ไปไกลกว่าการเป็นช่องทางตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน โดยเป้าหมายคือให้ผู้ประกันตนเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้รวดเร็ว เช่น สิทธิที่มีอยู่ สิทธิที่ใช้ได้ สถานะการดำเนินการ ข้อมูลการรักษาพยาบาล และขั้นตอนเอกสารที่จำเป็น เพื่อลดภาระการเดินทางและรอคิวสอบถามข้อมูล

🔍 ความโปร่งใส: ข้อมูลกองทุนต้องตรวจสอบได้
สรพลระบุว่า หากได้เข้าไปทำหน้าที่กรรมการ ต้องสามารถกำกับและตรวจสอบการดำเนินงาน รวมถึงการอนุมัติโครงการต่างๆ ของสำนักงานประกันสังคมได้ โดยมองว่าคำถามสำคัญไม่ได้มีเพียง "บอร์ดจะเพิ่มสิทธิอะไรให้เรา" แต่ยังรวมถึง "ผู้ประกันตนจะตรวจสอบการบริหารเงินกองทุนได้มากแค่ไหน" และ "โครงการต่างๆ ใช้เงินอย่างไร ใครตัดสินใจ และมีข้อมูลให้ตรวจสอบหรือไม่"

📊 สรุปจุดยืนของสรพล ธนวิกสิต เบอร์ 107
ประเด็น    มุมมองจากการสนทนา
สูตร CARE    เห็นด้วยกับหลักการในระดับหนึ่ง (78-80%) แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ประกันตนแต่ละกลุ่ม
บำนาญ    ต้องการเห็นทางเลือกที่หลากหลายและมีความยืดหยุ่น รวมถึงแนวคิดบำนาญไฮบริด
AI    ใช้เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล โดยควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญด้วยตนเอง
SSO Plus    ต้องการยกระดับระบบดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูล
ความโปร่งใส    ต้องการให้การดำเนินงานและโครงการต่างๆ ตรวจสอบได้
ความร่วมมือ    เปิดรับการทำงานร่วมกับผู้สมัครอิสระในอนาคต

🗳� แล้วผู้ประกันตนควรตัดสินใจอย่างไร?
บทสัมภาษณ์ของสรพล ธนวิกสิต เป็นข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่ผู้ประกันตนสามารถนำไปเปรียบเทียบกับผู้สมัครรายอื่นได้ ก่อนตัดสินใจ ผู้ประกันตนอาจลองถามผู้สมัครทุกคนด้วยคำถามชุดเดียวกัน เช่น เห็นด้วยกับสูตร CARE หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยจะปกป้องผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร จะทำให้การบริหารกองทุนโปร่งใสได้อย่างไร และจะใช้เทคโนโลยีทำให้เข้าถึงสิทธิได้ง่ายขึ้นอย่างไร คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้การตัดสินใจไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของชื่อเสียงหรือหมายเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปรียบเทียบแนวคิด จุดยืน และความสามารถในการทำงาน

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจเลือกเป็นสิทธิของผู้ประกันตนแต่ละคน — ศึกษาข้อมูลจากผู้สมัครหลายคน เปรียบเทียบจุดยืน และใช้วิจารณญาณของตัวเองก่อนตัดสินใจ

ที่มา
https://boonarayapon.com/blog/interview-saraphon-thanawikasit-sso-107-2569/?fbclid=IwY2xjawUDN91wZG9mBWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMXVsR0k4T2JNSEZmNXFSZ2lzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEekRunp9yeokVoCV3KvSRS6YTxwGWdXwMpDgjYbwgIcCRbbwI9v0QttEZONMQ_aem_8Hau1qidM8ID01cKuIvHwA

----------------------------------------------------------
ขอขอบคุณ คุณหมอบูรณ์ ที่ให้โอกาสและสัมภาษณ์ เรื่องการสมัครเป็นผู้แทน สำนักงานประกันสังคม และอนาคตของประกันสังคมครับ
หมอบูรณ์ เบอร์ 2 เลือกตั้งผู้แทนประกันสังคม วันอาทิตย์ที่ 27/9/2569
ที่มา https://www.facebook.com/boonch8
#10
**โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis - RA)** เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองเรื้อรังที่ระบบภูมิคุ้มกันหันกลับมาทำลายเยื่อหุ้มข้อต่อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด บวม และอาจส่งผลให้ข้อต่อผิดรูปในที่สุด

---

### 1. ระดับความรุนแรง (4 ระยะตามหลักทางการแพทย์)

แพทย์แบ่งระยะของโรครูมาตอยด์ตามความเสียหายของกระดูกและข้อต่อ (Steinbrocker Staging) ออกเป็น 4 ระยะ:

* **ระยะที่ 1 (ระยะเริ่มต้น - Early Stage):** มีการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ มีอาการปวด บวม ข้อตึง แต่ยังไม่พบการทำลายของกระดูกอ่อนหรือกระดูกรอบข้อจากการถ่ายภาพเอกซเรย์
* **ระยะที่ 2 (ระยะปานกลาง - Moderate Stage):** การอักเสบเริ่มทำลายกระดูกอ่อนรอบข้อ ข้อเริ่มเคลื่อนไหวได้จำกัดลง เอกซเรย์จะเริ่มเห็นช่องว่างระหว่างข้อแคบลง และกล้ามเนื้อรอบข้ออาจเริ่มลีบ
* **ระยะที่ 3 (ระยะรุนแรง - Severe Stage):** ทั้งกระดูกและกระดูกอ่อนถูกทำลายอย่างชัดเจน เริ่มเกิดข้อผิดรูป นิ้วมือหรือนิ้วเท้าบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อลีบ และอาจเกิดตุ่มเนื้อใต้ผิวหนัง (Rheumatoid Nodules)
* **ระยะที่ 4 (ระยะสุดท้าย - End-Stage):** กระดูกและข้อต่อถูกทำลายจนเชื่อมติดกัน (Ankylosis) ข้อแข็งจนขยับเคลื่อนไหวไม่ได้เลย นำไปสู่ความพิการอย่างถาวร

---

### 2. สาเหตุของการเกิดโรค

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เกิดจากกระบวนการของระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาด โดยมีปัจจัยส่งเสริมสำคัญ ได้แก่:

* **พันธุกรรม:** มีการส่งผ่านยีนบางชนิด (เช่น HLA-DR4) ที่ทำให้มีความเสี่ยงติดโรคได้ง่ายขึ้น
* **เพศและฮอร์โมน:** พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2–3 เท่า มักเริ่มเป็นในวัยทำงานถึงวัยกลางคน
* **ปัจจัยสิ่งแวดล้อม:** การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่กระตุ้นให้เกิดโรคและทำให้อาการรุนแรงขึ้น
* **การติดเชื้อ:** ไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิดอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

---

### 3. แนวทางการรักษา

โรครูมาตอยด์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เป้าหมายสำคัญคือ **"ควบคุมโรคให้สงบ (Remission)"** เพื่อหยุดการทำลายข้อและป้องกันความพิการ

* **การรักษาด้วยยา (หัวใจหลัก):**
* **ยาปรับภูมิคุ้มกันและต้านรูมาตอยด์ (DMARDs):** ยาหลัก เช่น Methotrexate ช่วยชะลอการทำลายข้อและควบคุมโรคระยะยาว
* **ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs):** บรรเทาอาการปวดและบวมในระยะสั้น
* **ยากลุ่มสเตียรอยด์:** ใช้ช่วงสั้นๆ ในผู้ที่มีอาการอักเสบรุนแรงเพื่อควบคุมอาการเร่งด่วน
* **ยาชีววัตถุและยามุ่งเป้า (Biologics / JAK Inhibitors):** ใช้ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยา DMARDs แบบมาตรฐาน


* **กายภาพบำบัด:** ฝึกบริหารข้อเบาๆ เพื่อรักษาองศาการเคลื่อนไหวของข้อและป้องกันกล้ามเนื้อลีบ
* **การผ่าตัด:** ใช้ในกรณีที่ข้อต่อถูกทำลายรุนแรงหรือผิดรูปมาก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม หรือผ่าตัดเล็มเยื่อหุ้มข้อ
* **การปรับพฤติกรรม:** งดสูบบุหรี่ คุมน้ำหนักตัวเพื่อลดแรงกดบนข้อ รับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง และพักผ่อนให้เพียงพอ